การเปรียบเทียบพันธุ์อ้อยที่ปลูกในสภาพชลประทาน

Comparison of Sugarcane Varieties Grown under Irrigated Conditions

  • อัจฉราภรณ์ วงศ์สุขศรี ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี กรมวิชาการเกษตร
  • ชูชาติ บุญศักดิ์
  • อำไพ ประเสริฐสุข
  • อุดมศักดิ์ ดวนมีสุข
Keywords: อ้อย พันธุ์ การเปรียบเทียบมาตรฐาน

Abstract

           การเปรียบเทียบมาตรฐานพันธุ์อ้อยชุดปี 2553 วางแผนการทดลองแบบ RCB มี 4 ซ้ำ ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2560 มีอ้อยทดลอง 7 โคลน โดยมีพันธุ์ขอนแก่น 3 LK92-11 และอู่ทอง 12 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ ผลการทดลองจากอ้อยปลูก อ้อยตอ 1 และอ้อยตอ 2 พบว่า ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ยมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ซึ่งอ้อยโคลน UT10-414 ให้ผลผลิตน้ำหนักสูงที่สุด 14.37 ตันต่อไร่ ซึ่งไม่แตกต่างกับพันธุ์ขอนแก่น 3 ซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ย 13.00 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ UT10-623 และ UT10-175 ให้ผลผลิตน้ำหนัก 13.67 และ 12.91 ตันต่อไร่ ตามลำดับ ซึ่งไม่แตกต่างกับพันธุ์เปรียบเทียบขอนแก่น 3 เช่นกัน ส่วนพันธุ์เปรียบเทียบ LK92-11 และอู่ทอง 12 มีผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 12.36 และ 9.74 ตันต่อไร่ ตามลำดับ สำหรับค่าซีซีเอส พบว่า มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง  โดยไม่มีอ้อยโคลนที่ให้ค่าซีซีเอสเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบขอนแก่น 3 ที่มีค่าซีซีเอส 18.15 แต่มีอ้อยโคลนที่ให้ค่าเฉลี่ยซีซีเอสที่ไม่แตกต่างกับพันธุ์เปรียบเทียบขอนแก่น 3 คือ UT10-615 และ UT10-367 ซึ่งมีค่าซีซีเอสเฉลี่ย 18.05 และ 17.87 ตามลำดับ  ส่วนพันธุ์เปรียบเทียบ LK92-11 และอู่ทอง 12 มีค่าซีซีเอสเฉลี่ย 17.67 และ 16.23 ตามลำดับ เมื่อคำนวณผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย พบว่า มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง และไม่มีอ้อยโคลนใดให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบขอนแก่น 3 (2.34 ตันซีซีเอสต่อไร่) และ LK92-11 (2.17 ตันซีซีเอสต่อไร่) แต่มีอ้อยโคลน UT10-623 ที่มีผลผลิตน้ำตาลเฉฺลี่ยเท่ากับพันธุ์เปรียบเทียบ LK92-11 คือ 2.17 ตันซีซีเอสต่อไร่ ส่วนพันธุ์เปรียบเทียบอู่ทอง 12 มีผลผลิตน้ำตาลเฉฺลี่ย 1.53 ตันซีซีเอสต่อไร่ จึงคัดเลือกอ้อยโคลนที่น่าสนใจคือ UT10-414  UT10-586  UT10-615 และ UT10-623 นำไปปลูกเปรียบเทียบในไร่เกษตรกรต่อไป

Abstract

                Comparison sugarcane varieties in term of cane yield and sugar quality when their grown under irrigated condition.  A randomize completely block design with four replications was use in this study. The field experiments were conducted in the Suphanburi field Crop Research Center, Chainat Field Crop Research Center and Kanchanaburi Agricultural Research and Development Center during March 2015 to March 2017. Sugarcane 7 varieties/clones were tested in comparison with the standard varieties of KK3, LK 92-11 and UT12. The result found that cane yield was significantly different (P ≤ 0.01) between varieties. The UT10-414 produced the maximum cane yield 14.37 ton/rai, but there was not significantly different with KK3 (13.00 ton/rai), UT10-623 (13.67 ton/rai) and UT10-175 (12.91 ton/rai). The LK92-11 and UT-12 gave cane yield 12.36 and 9.74 ton/rai, respectively. Regarding CCS, sugarcane varieties were significantly different CP (≤ 0.01) in CCS. There was no varieties gave higher CCS value a that of KK3 (CCS = 18.15). However, UT10-615 (CCS 18.05) and UT10-367 (CCS=17.87) did not significant difference in CCS with KK3. The LK92-11 and UT-12 gave CCS values 17.67 and 16.23, respectively. For sugar yield, sugarcane varieties were significantly different (p ≤ 0.01) in sugar yield. There were no varieties gave higher sugar yield than those of KK3 (2.34 ton CCS/rai) and LK92-11 (2.17 ton CCS/rai). However, UT10-623 produced sugar yield similar to LK 92-11 (2.17 ton CCS/rai). The UT-12 gave sugar yield 1.53 ton CCS/rai. In this study, UT10-414, UT10-586, UT10-615 and UT10-623 were selected for further testing in the farmer’s field.

Keywords: sugarcane, varieties, standard comparison.

Published
2021-06-30